= OUR PLACE = [part2]
posted on 21 Sep 2008 14:26 by ayaki-o in Fiction
Title: Our Place
Author: ayaki-o
Paring: YunJae (TVXQ's)
Rate: PG-15
Warning: ในฟิคชั่นเรื่องนี้ มีถ้อยคำหยาบคายมากมาย ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่ควรนำไปเป็นเยี่ยงอย่าง ได้โปรดสงวนไว้ให้เฉพาะคนแต่งนำไปใช้เท่านั้นเถอะค่ะ
**ตัวละคร สถานที่เกิดเหตุ รวมถึงสถานการณ์ต่างๆ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สมมติและยัดเยียดบทบาทโดยตัวผู้แต่งเองทั้งสิ้น **
* ฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นแนว Boy's Love หรือ ชายรักชาย - - หากมีเรื่องเคืองหรือขัดข้องใจ รบกวนจากไปด้วยความสงบสุข
[+] OUR PLACE [+]
ตอนต่อไป :: ภารกิจลับจับผิดพ่อแขนใหญ่
“ป้าเตรียมโรงเรียนให้เราสองคนแล้วนะ ไปอยู่โรงเรียนป้าน่ะแหละ ไปได้ไปพร้อมกับจุนซู” ผู้เป็นป้าพูดไปขณะที่อาการยามบ่ายกำลังสบายได้ที่
และก็พร้อมกันกับที่แจจุงกำลังลอบจ้องมองสังเกตพฤติกรรมคนขโมยห้องนอนเขาอย่างตั้งใจเต็มเปี่ยมด้วยเช่นกัน!!
พี่ที่ชื่อยุนโฮก็ดูปกติดีนี่นา - - ดูขาวๆ อวบๆนิดหน่อย หน้าตาก็หล่อดี ถึงแม้ว่าจะสู้เขาไม่ได้ก็เหอะ
หวา~~~~ ดูแขนพี่เค้าสิ ใหญ่เป็นบ้า!!! ถ้าวันนึงมีเรื่องสู้กัน พี่เค้าไม่ต้องต่อยหรอก แค่เหวี่ยงแขนเบาๆมาโดนหน้าเขา เขาคงน็อคตั้งแต่ยังไม่ได้กำหมัดด้วยซ้ำ!!!
แล้วทำไมพี่เค้าต้องเก็บตัวเงียบด้วยล่ะ?
“แจจุง...ฟังป้ารึป่าว?”
“คะ....ครับ?”
“แจจุง! ทำไมเราไม่มีสติเลย เหม่ออะไรอยู่? ไม่ได้นะเราต้องตั้งใจฟังที่ป้าพูดสิ เราต้อง@#$%^&*()(*&^#$%^$#%^&$%^^&*......”
นั่นไง - - เอาแล้ว.. รอดได้วันเดียว
งื้อออออ~~
ระหว่างที่แจจุงใช้หูฟังการอบรมครั้งใหญ่ครั้งที่หนึ่งของคุณป้าอยู่นั้น ดวงตากลมโตของเขาก็ได้สังเกตพฤติกรรมของคนที่ตั้งใจดูโทรทัศน์โดยไม่ได้สนใจเสียงการอบรมของเขากับป้าเลยสักนิด - -
ทนฟังไปได้ไงฟระ? เขายังทนไม่ได้เลย!!
ไม่ได้แระ ... แบบนี้มันต้องสืบ!!
.
.
.
“พี่... ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่ล่ะ?” แจจุงถามคนที่ยังตั้งใจดูโทรทัศน์ตั้งแต่ก่อนหน้าที่ป้าเริ่มจัดคอสอบรมให้เขา จนถึงตอนนี้ ป้าออกไปทำงานแล้วทิ้งพวกมีปัญหาไว้สองคนแล้ว พี่ตัวใหญ่ยังนั่งดูหน้าจอนั้นอยู่เลย
จะดูอะไรนักหนาฟระ?
“.....” ยุนโฮหันมามองคนตัวเล็กกว่าช้าๆ ใช้สายตาคมกริบประเมินร่างบางเงียบๆ ซึ่งการกระทำแบบนี้ เป็นการกระทำที่ฉลาดในการดูท่าทีของใครสักคน ทว่าเป็นอาการที่แจจุงขาใหญ่แห่งชุงนัมของขึ้นได้ไม่ยาก
นอกจากจะไม่พูดแล้ว... ยังจะมาใช้หางตามองเขาอีก!!!
เอาแขนมาฟาดหน้ากันดีกว่า!!!
“นี่!! ทำไมพี่มองผมแบบนั้นล่ะ? มีอะไรก็พูดสิ!!!” ร่างบางพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกอารมณ์คุกกรุ่นของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี
เขาไม่ได้ใจเย็นเหมือนป้านะเฟ้ย!!!
“แล้วการที่เธอชวนใครซักคนคุยด้วยน่ะ เธอไม่แนะนำตัวกับเค้าก่อน แล้วจะมาหวังคำตอบอะไร? มิน่าล่ะถึงต้องมาดัดสันดาน” ปากหยักเอื้อนเอ่ยคำพูดร้ายกาจขัดกับหน้าตาที่ดูดีอย่างที่แจจุงคาดไว้ในตอนแรก
หึยยยย - - ไอ้อ้วนเอ๊ยยย ไม่ได้ดูตัวเองเลยเส่ะ!! ชั้นได้ข่าวว่าแกก็มาดัดสันดานเหมือนกันน่ะแหละ!!!
พ่ออยากจะเอาเท้าฟาดคอจริงๆ
แต่ขืนทำงั้น... พี่เค้าต้องเอาแขนมาฟาดคอคืนแน่เลยอ้ะ!!!!
แถมดีไม่ดีทำร้ายหลานรักของป้า - - อาจจะโดนคอสค่อดใหญ่อีกสามชุด!!
เพราะฉะนั้นต้องหลีกเลี่ยง
ยุนโฮมองดูคนที่ตั้งใจคิดเรื่องราวของตนเองโดยไม่ได้เก็บท่าทีตัวเองเลยแม้แต่น้อย
คิดอะไรก็ออกผ่านหน้าตาหมดเลยนะพ่อคนเก่ง!!
“ผมชื่อแจจุง...” ริมฝีปากบางเอ่ยออกไปให้ครู่อริ (ภายในใจ) รับรู้ ยุนโฮเหลือบมองเจ้าของชื่อเล็กน้อยพลางทำสีหน้าเบื่อหน่ายไปด้วย
“เผื่อพี่อยากจะรู้น่ะนะ”
ยุนโฮพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันกลับไปสนใจตู้สี่เหลี่ยมข้างหน้าต่อไป
“แล้วสรุปว่าพี่มาอยู่บ้านป้าทำไม?” คนช่างพูดถามยุนโฮอีกครั้ง
“ถามทำไม?”
“ก็อยากรู้นี่!! บอกไม่ได้หรอ?” แจจุงทำหน้ายู่อย่างขัดใจที่คนตรงหน้าไม่ได้ให้ความร่วมมือการตอบคำถามเลยแม้แต่น้อย
“เธอรู้มั้ย ว่าการถามปัญหาของคนที่ไม่ได้สนิทด้วยน่ะ มันเสียมารยาท!!!”
ยุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พร้อมกับมองคนตรงหน้านิ่งราวกับว่าสิ่งที่แจจุงถามนั้นมันผิดเสียเต็มประดา
ถามแค่นี้ผิดตรงไหนอ้ะ?
“พี่ก็รู้จักผมแล้วไง!!!” ร่างบางยังพยายามดื้อแพ่งอย่างรู้คำตอบที่ตัวเองถาม
ยุนโฮใช้หางตาสบดวงตากลมสีนิลนั้นอีกครั้ง พลางพ่นลมหายใจหนักๆออกมาด้วย
ไอ้เตี้ยนี่จะมายุ่งอะไรนักหนาฟระ?
“แล้วเธอรู้จักชั้นหรอไง?”
“รู้!!!”
“...”
“พี่ชื่อยุนโฮ - - ผมรู้จักพี่แล้ว!!” แจจุงยังคงใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีต่อสู้กับความกวนประสาทของคนตรงหน้าอย่างไม่ถดถอย - -
เขาต้องรู้ให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม!!!
ยุนโฮยังไงคงใช้หางตามองร่างบางอยู่อย่างนั้น พร้อมกับทำหน้าตาเย็นชาปนเอือมระอาและไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำใดๆของแจจุงเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าเจ้าตัวนั้นจะตะโกนจนหอบแล้วก็ตามที
แจจุงยังใช้ความเงียบประเมินคู่ต่อสู้ตรงหน้าอย่างเหนื่อยๆเล็กน้อย หากใครมาลองต่อสู้คารมกับพี่ยุนโฮคงจะเข้าใจเขาเป็นแน่ เขาตะโกนเสียงดังขนาดนี้ ใช้ดวงตาอันแสนดุดันมองขนาดนี้
ไม่เห็นไอ้พี่ตัวใหญ่นี่มันจะรู้สึกอะไรเลย T_______T
ไหนพี่จุนซูบอกว่าพี่ยุนโฮมาอยู่บ้านป้าเพราะเงียบจนที่บ้านเป็นห่วงไง?
มันเงียบอะไรฟระ?
กวนประสาทเป็นบ้า!!!
“ฟังนะไอ้เตี้ย!!! อย่ามายุ่งกับชั้น มันน่ารำคาญ” ยุนโฮพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนเพื่อหลีกหนีเสียงเจื้อยแจ้วน่ารำคาญราวกับเสียงหึ่งๆของยุงก้นปล่องของไอ้เตี้ยนี่ให้พ้นๆเสียที
มันจะตะโกนอะไรนักหนา - - โทรทัศน์อุตส่าห์ฉาย Sassy Girl ใหม่อีกรอบนึง ไอ้นี่ก็ยังมากวนเขาอยู่ได้
ขอดูพี่จีฮยอนอย่างมีความสุขหน่อย ไม่ได้รึไงวะ?
แจจุงทำท่าทีไม่พอใจคนตัวใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ชอบคนที่ไม่สนใจเขาแบบนี้ ในเมื่อตอนอยู่โรงเรียนเก่าเขาเป็นถึงหัวหน้าแก๊งค์ ถึงตอนนี้ตัวเขาจะมาอยู่โซลแล้ว เขาก็ต้องเป็นหัวโจกเหมือนกัน
ใครหน้าไหนก็เมินแจจุงผู้โด่งดังคนนี้ไม่ได้ทั้งนั้น!!!
“นี่!! พี่จะไปไหนน่ะ!!!”
ถึงแม้ว่าพ่อขาใหญ่จะโกรธและอยากกระทืบอีกฝ่ายมาแค่ไหน
ยังไงก็ต้องเรียกไอ้คนกวนประสาทนั่นว่า “พี่” อยู่ดี!!
ทำไมน่ะหรอ?
ยุนโฮเลิกแขนเสื้อขึ้นแล้วน่ะสิ - -
และไม่ว่าจะถกด้วยสาเหตุใดก็ตาม
ก็ล้วนเป็นสิ่งที่คิมแจจุงไม่ควรเสี่ยงทั้งสิ้น!!!
ร่างสูงหยุดเดินพร้อมหยุดการถกแขนเสื้อของตนเองขึ้นช้าๆ พร้อมกันหันหน้าไปมองแจจุงอีกครั้ง เพื่อรอดูท่าทีของพ่อขาใหญ่ที่พร้อมจะหาเรื่องคนแขนใหญ่ทุกเมื่อ
“ผมไม่ชอบให้คนอื่นเดินหันหลังให้ผม”
“ผมบอกว่าไม่ชอบไง!!!” แจจุงพูดอีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะเดินหนีเขาไปอีก
“แล้วมันเป็นสิ่งที่ชั้นต้องสนใจรึไง?”
น้ำเสียงและหน้าตอของคนพูดเรียบสนิทพร้อมทั้งมีความเย็นชาอย่างเปี่ยมล้น
เย็นชาขนาดชนิดที่ว่า ถ้าคุณไม่เจ๋งจริง คุณอาจจะคิดว่าตนเองดำรงชีวิตในขั้วโลกเหนือพร้อมบรรยากาศที่หนาวเหน็บ
แต่โชคดีอย่างนึงที่คิมแจจุงคนนี้เจ๋งจริง - - จากขั้วโลกเหนือที่หนาวเหน็บ กลายมาเป็นแคนาดาในฤดูหนาวสุดหฤโหดแค่นั้นเอง~
.
.
.
“ไงพ่อตัวดี - - ได้ข่าวว่าสนิทกับยุนโฮน่าดูเลยสิ” จุนซูเอ่ยถามญาติผู้น้องขณะที่เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำและนุ่งผ้าเช็ดตัวขนาดเล็กปกปิดเบื้องล่าง
ถ้าหุ่นไม่ดีจริง.. คิมแจจุงไม่กล้านะขอบอก!!!
“ไปเอามาจากไหนพี่จุนซู? ผมนี่นะ สนิทกับพี่ยุนโฮ?” มือบางยังคงเช็ดผมตัวเองพร้อมเบือนหน้าหนีสายตาลวนลามของญาติตัวเล็ก
พี่จุนซูจะมองอะไรนักหนาฟระ? ตาเยิ้มเชียว!!!
“อ้าวก็เห็นเดี๋ยวนี้ แจจุงอยู่กับเค้าตลอดเลยไม่ใช่หรอ? คุยกันหนุงหนิงเชียววว~”
หนุงหนิง?
ใช้อะไรมองฟระ?
ถ้าการที่แจจุงคนนี้ถามพี่ยุนโฮแล้วเค้าเงียบตอบ - - เรียกว่าสนิทกัน
ก็คงใช่
ถ้าการที่แจจุงตะโกนใส่หูจนหน้าดำหน้าแดงแล้วได้การถูกมองด้วยหางตาและสร้างบรรยากาศเย็นชา - - เรียกว่ากระหนุงกระหนิง
ก็คงจะใช่อีก
งั้นเรอะ?
“ไร้สาระน่ะพี่จุนซู - - ถ้าผมกับเค้าหนุงหนิงกันจริงก็โลกแตกแล้วพี่!! คุยกันดีๆยังทำไม่ได้เลย” แจจุงเริ่มหาเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าตู้ใหญ่ของเจ้าของห้อง ดูเหมือนจะเพื่อหลีกหนีอาการหนาวจากเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม
หากแต่ความจริงแล้ว
แจจุงกำลังจะปกป้องเรือนร่างของตัวเองจากสายตาเยิ้มของคนบนเตียงนั่นต่างหาก!!!
“อ้าวหรอ? จริงๆแล้วยุนโฮก็คุยง่ายนะ ออกจะเรียบร้อย เสียแต่พูดน้อยแค่นั้นแหละ” จุนซูยังคงเจื้อยแจ้วพลางเบือนหน้าหนีจากเรือนร่างของน้องชาย ‘ถูกจับได้ซะแล้ว’
เรียบร้อย?
คุยง่าย?
เรอะ?
มันตรงไหนกันฟระ?
.
.
“พี่ยุนโฮ.. พี่ทำอะไรมาหรอทำไมถึงอยู่บ้านป้าล่ะ?” แจจุงยังล้มเลิกความคิดของตัวเอง และยังคงไม่เลิกจนกว่าเจ้าตัวจะบอกเหตุผลให้เขารู้เสียก่อน
หากแต่คำตอบที่ได้จากร่างสูงคือความเงียบและความเงียบเท่านั้น
นอกจากจะเงียบแล้วยังปล่อยรังสีและความร้ายกาจออกมารอบๆอีกด้วย
ผู้ชายอะไรฟระ? ร้ายกาจเป็นบ้า
“ทำไมพี่ยุนโฮไม่พูดกับผมล่ะ?”
“...”
“ผมทำอะไรผิดหรอ?”
“....”
“ทำไมพี่ต้องเงียบด้วยล่ะ?”
“...”
“มิน่าล่ะ - - พี่ถึงต้องมาอยู่บ้านป้า”
“...นี่เธอ พูดอยู่ได้ ไม่รำคาญตัวเองรึไง?”
“ห๊า?”
“ที่เธอมาอยู่บ้านป้าเพราะที่บ้านเธอเค้ารำคาญใช่มั้ยล่ะ?”
“เหอ?”
“มิน่าล่ะ…”
พี่ยุนโฮ - - ร้ายกาจมาก!!!
มาว่าคิมแจจุงผู้เป็นที่สุดของบ้านตระกูลคิมแห่งชุงนัมว่าน่ารำคาญได้ยังไง?
วอนซะแล้ว - - ไอ้แขนใหญ่นี่!!!
แต่ก็นะ.. ได้แค่คิดเท่านั้นแหละ~
.
.
“พี่ยุนโฮเมื่อไหร่พี่จะบอกผมซักที” ยุนโฮหันมามองเจ้าของเสียงน้อยๆ พร้อมกับพ่นลมพร้อมกับไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ในเมื่อไอ้เตี้ยถามเขาได้ทุกวัน
เขาก็เงียบได้ทุกวันเช่นกัน...
“ถ้าพี่ไม่บอกผมนะ....” ร่างบางพูดค้างไว้พร้อมกับรอดูท่าทีสนใจของคนตรงหน้าไปด้วย เขาอุตส่าห์ทิ้งท้ายไว้กระตุ้นต่อมอยากของพี่ยุนโฮแล้ว วันนี้พี่ยุนโฮต้องสนใจเขาบ้างแหละ
“....”
ยุนโฮผู้เย็นชา นอกจากจะไม่ตอบร่างบางแล้วยังเบือนหน้าหนีพร้อมกับลุกขึ้นเดินหนีเขาไปอีกด้วย!!
ตอนนี้คิมแจจุงเริ่มคิดแล้วว่าทำไมพี่ยุนโฮถึงได้มาอยู่บ้านป้าของเขา...
ก็เป็นซะอย่างงี้
จะมีคนคบได้ไงฟระ?
“พี่ยุนโฮ... จะไปไหนอ่ะ ฟังผมก่อนสิ!!” แจจุงรีบตะโกนเรียกคนตรงหน้าดังขึ้นเมื่อเห็นว่ายุนโฮกำลังจะเดินออกไปจริงๆ เขารั้งชายเสื้อของคนตรงหน้าเอาไว้เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของเขา
“นะๆๆ ไม่ต้องตอบก็ได้ แค่ฟังผมเล่าก็พอ” แจจุงพูดพลางยิ้มหวานให้ยุนโฮแม้ว่าคนที่ต้องการให้เห็นจะยังคงไม่สนใจและเบือนหน้าหนีไปอีกทางตลอดเวลา
ทำไมต่อมอยากรู้ของคิมแจจุงต้องมาเกิดขึ้นกับไอ้แขนใหญ่นี่ด้วยครับ?
ร่างบางเริ่มหลอกล่อยุนโฮด้วยการเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองก่อน หลังจากที่ไตร่ตรองคิดกลยุทธ์นี้นานร่วมสัปดาห์ เขาก็คิดได้ว่า
แฉตัวเองเพื่อแสดงความจริงใจ - - เพื่อเป็นบันไดสู่ความลับ
“ผมต้องมาอยู่กับป้า... เพราะผมมีเรื่องชกต่อยมากเกินไป ... ไปสิ ไม่ใช่แค่ชกต่อยแต่เรื่องเพียบเลยต่างหาก...” แจจุงเริ่มเล่าวีรกรรมของตนเองด้วยเรื่องเบาๆเพื่อเรียกร้องความสนใจก่อน แม้ว่าคนที่อยากให้ฟังจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่ก็ตามที - -
แต่จะสนทำไมล่ะ
ก็คนมันจะเล่า - - (แบบว่าภูมิใจ)
“ผมชกต่อยกับรุ่นพี่ที่โรงเรียน ทั้งรุ่นน้องและเพื่อนในห้อง - - ใครคนไหนที่มาแหยมกับเพื่อนในแก๊งค์ของผม มันก็ต้องโดนทั้งนั้น - - “ แจจุงยังคงเล่าไปอย่างสนุกสนานโดยที่ไม่ได้ดูปฏิกิริยาตอบกลับของคนที่ฟังเลยแม้แต่น้อย
“เนี่ย - - ก่อนผมมาอ่ะ ผมไปทำซัมติงวิดซัมวันหลังโรงเรียนมาแหละ หึหึ แหมม~ พี่จะมาอิจฉาผมไม่ได้นะ ก็ผู้หญิงพวกนั้นมาอ่อยผมเองนี่ ของฟรีพี่ไม่เอาหรอ? ใช่ป่ะ? แล้วอาจารย์ก็แม่งอะไรไม่รู้ มาหาว่าผมทำผิดเฉยเลย ... ผมล่ะไม่เข้าใจ รับน้ำใจของเพื่อนผู้หญิงร่วมโลกผิดตรงไหน?”
“แล้วผมเนี่ยนะ ก็ยังไปดื่มเหล้าร่วมเข้าสมาคมบ่อยๆอีกด้วย.. ไว้วันหลังเรามาดื่มกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ดีมั้ยพี่ยุนโ...”
“มันน่าอวดมากเลยหรอ?” ร่างบางยังเล่าเรื่องของตัวเองยังไม่ทันจบดีด้วยซ้ำ เสียงทุ้มของคนที่ตั้งใจฟังก็ขัดจังหวะการเล่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วยิ่งทำหน้าตาสมเพชเรื่องของผมแบบนั้นแล้วเนี่ย
เอาแขนพี่มาฟาดหน้าผมเลยจะดีกว่า!!!
“ชั้นถามว่ามันน่าอวดมากเลยหรอ? - - การกระทำเด็กๆแบบนั้นน่ะ” ยุนโฮทำกลั้วเสียงหัวเราะ พร้อมส่งเสียง หึ ในลำคอแกร่ง ซึ่งการทำแบบนั้นเป็นสิ่งที่ถือว่าดูถูกวีกรรมอันแสนยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในชุงนัมตลอดที่แจจุงอยู่ที่นั่นเลยก็ว่าได้
“นี่ ... เธอรู้จักคดีทำร้ายร่างกายวัยรุ่นในกวางจูมั้ย?” ร่างสูงถามแจจุงขณะที่เจ้าตัวยังทำหน้าเหวองงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“หือ?”
“คดีที่มีการทำร้ายร่างกายเพื่อนในโรงเรียนมัธยมปลาย แล้วมีคนเจ็บเข้าโรงพยาบาลเกือบ 60 คนน่ะ”
“....”
“จริงๆแล้วคนเจ็บมีเกิน 60 คนนะ แต่ข่าวไม่ให้บอก จริงๆแล้วมีร่วมร้อยคนแน่ะ” เจ้าตัวยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง ซึ่งถือได่ว่าเป็นน้ำเสียงที่ดีที่สุด ดูมีชีวิตชีวาที่สุดตั้งแต่ยุนโฮมาอยู่บ้านป้าเลยก็ว่าได้ แจจุงยังคงทำหน้าตาไม่เข้าใจ
ไม่เข้าใจว่าพี่ยุนโฮจะเล่าให้เขาฟังทำไม?
เกี่ยวอะไรกับวีรกรรมที่เขาภูมิใจแต่โดนยุนโฮดูถูกล่ะ?
โฮวววววว - - พูดแล้วแจจุงเจ็บปวดครับพี่น้อง T____________________T
“คดีนั้นน่ะ... ชั้นเป็นคนบงการ - - คราวหลังถ้าคิดจะอวดน่ะ ช่วยอวดอะไรที่ดูสร้างสรรค์หน่อยนะ” สิ้นประโยคยุนโฮก็หัวเราะน้อยๆ พร้อมกับเดินเข้าไปในตัวบ้านหลีกหนีทั้งกาศร้อน ทั้งแจจุงตัวป่วน ปล่อยให้คนงามนั่งเอ๋ออยู่ตรงสนามหญ้า - -
“คดีนั้นน่ะ... ชั้นเป็นคนบงการ..”
“..ชั้นเป็นคนบงการ..”
“..เป็นคนบงการ..”
“..บงการ..”
ห๊ะ? - - ไอ้แขนใหญ่นั่นบงการงั้นเรอะ?
เจ็บร่วมร้อยนั้นน่ะนะ!!!!
เหยยยยยยยย - - คิมแจจุงคนนี้ไปทำความรู้จักกับคนแบบไหนอยู่ครับเนี่ย??!!!?
To Be Continue
talK :: โอ้ว.. ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมากนะคะ คือไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาอ่านอ่ะค่ะ *ก้มหน้าก้มตายอมรับชะตากรรม* ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาอ่านจริงๆนะเนี่ย.. ปลาบปลื้ม
ดีใจที่มีคนชอบด้วย ขอบคุณมากนะคะ เรื่องนี้เป็นฟิคสั้นๆนะ (สาบานว่าสั้น?) มีแค่ 4 ตอนเอง.. ตอนพิเศษอีก 4 เดี๋ยวเอามาโพสไว้ให้เรื่อยๆนะคะ
ขอบคุณทุกคนมากเลยเน้~
ปล. ใครก็ได้มาสอนเค้าทำบลอคหน่อยสิ *เค้าทำบลอคไม่เป็น*